สภาผู้บริโภค-ทีวีดิจิทัล ถก 3 กสทช.

Last updated: 8 Sep 2026  |  113 Views  | 

สภาผู้บริโภค-ทีวีดิจิทัล ถก 3 กสทช.

[7 กันยายน 2569] สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมกับสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอล (ประเทศไทย) จัดการประชุมหารือร่วมกับกรรมการ กสทช. เพื่อติดตามและผลักดันการแก้ไขปัญหาด้านกิจการโทรทัศน์และโทรคมนาคม หลังการประชุมคณะกรรมการ กสทช. เกิดภาวะชะงักงันและล่มต่อเนื่องถึง 8 ครั้ง ส่งผลให้มีวาระค้างการพิจารณาสะสมกว่า 148 วาระ กระทบโดยตรงต่อการกำกับดูแล การคุ้มครองผู้บริโภค และทิศทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
.
การประชุมครั้งนี้ มีกรรมการ กสทช. เข้าร่วม 3 คน ได้แก่ พลอากาศโท ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ, ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต และรองศาสตราจารย์ ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย ขณะที่ รศ.ดร.สมภพ ภูริวิกวัยพงศ์ แจ้งติดภารกิจ ส่วนนายต่อพงศ์ เสลานนท์ และ พลตำรวจเอก ณัฐธร เพราะสุนทร ตอบรับคำเชิญ โดยมีนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค, นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานอนุกรรมการด้านการสื่อสารฯ สภาผู้บริโภค และนายเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิตอลฯ ร่วมหารือ
.
นายเดียว วรตั้งตระกูล เปิดเผยว่า "ภาวะสุญญากาศในการกำกับดูแลของ กสทช. กำลังส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรทัศน์อย่างรุนแรง แม้ใบอนุญาตประกอบกิจการจะสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการเริ่มลดการจ้างงาน ชะลอการลงทุนด้านคอนเทนต์ และตัดทอนเวลาออกอากาศของรายการข่าวซึ่งจะกระทบต่อสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ"
.
พร้อมระบุว่า ปัญหานี้เกิดจากการที่ กสทช. ไม่สามารถให้ความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางอุตสาหกรรมได้ จึงเรียกร้องให้กรรมการ กสทช. ทั้ง 6 คนที่ยังปฏิบัติหน้าที่ เร่งจัดประชุมเพื่อพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ 148 วาระ โดยสำนักงาน กสทช. ต้องทำหน้าที่สนับสนุนให้เกิดการประชุมอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเสนอให้ประธาน กสทช. ยอมถอยเพื่อผลประโยชน์ของส่วนรวม ส่วนประเด็นข้อพิพาททางคดีให้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรม
.
ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ชี้ว่า ความล่าช้าในการพิจารณาวาระไม่เพียงสร้างความเสียหายเชิงโครงสร้าง แต่กระทบถึงภาระค่าครองชีพและความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยเฉพาะมาตรการกำกับดูแลหลังการควบรวมกิจการโทรคมนาคมที่ยังขาดการติดตามผลอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งเรื่องอัตราค่าบริการ การส่งเสริมการแข่งขัน และการเปิดทางให้ผู้ประกอบการรายย่อย รวมถึงมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ เช่น ปัญหา SMS แนบลิงก์หลอกลวง ที่สภาผู้บริโภคเคยเสนอไปแต่ยังไม่ได้รับการพิจารณา
.
โดยนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ย้ำว่า จำเป็นต้องมีกลไกเข้ามาคลี่คลายสถานการณ์เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นของระบบโทรคมนาคมและเศรษฐกิจดิจิทัล สำนักงาน กสทช. ต้องทำหน้าที่ผลักดันให้เกิดการประชุมบอร์ดโดยเร็ว และหากกลไกภายในไม่สามารถหาข้อยุติได้ ฝ่ายบริหารควรเข้ามาช่วยประสานงานเพื่อปลดล็อกปัญหา ภายใต้หลักการที่ไม่ก้าวล่วงความเป็นอิสระขององค์กรกำกับดูแล
.
ซึ่งคณะกรรมการกสทช. ทั้ง 3 คน ยืนยันถึงความจำเป็นในการเร่งเปิดประชุมบอร์ด เพื่อสะสางวาระค้างคาที่มีผลต่อประโยชน์สาธารณะ พร้อมเสนอให้สำนักงาน กสทช. ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและจัดประชุมให้กรรมการทั้ง 6 คนได้ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาข้อร้องเรียน มติการคุ้มครองผู้บริโภค และแผนงานสำคัญของประเทศ
.
ทั้งนี้ข้อเรียกร้องหลัก 2 ประการต่อ กสทช. คือ
ด้านกิจการโทรทัศน์ : การเร่งจัดทำแผนแม่บท (Roadmap) รองรับการสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัลปี 2572 และกำหนดกรอบกำกับดูแลแพลตฟอร์ม OTT
ด้านกิจการโทรคมนาคม: การบังคับใช้มาตรการตรวจสอบผลกระทบหลังการควบรวมกิจการ ทั้งการควบคุมราคา ความโปร่งใสของแพ็กเกจ และการกำกับดูแลคุณภาพบริการ
.
หากยังไม่มีการเปิดประชุมบอร์ด กสทช. อย่างเป็นทางการ สภาผู้บริโภคระบุว่าจะประสานงานร่วมกับกรรมการ กสทช. เพื่อจัดเวทีหารือรายสัปดาห์อย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามความคืบหน้าในการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคต่อไป
ขอบคุณภาพและเนื้อหาจาก : สภาองค์กรของผู้บริโภค

Powered by MakeWebEasy.com