Last updated: 30 Sep 2026 | 18 Views |
“หน้าที่ของทีวีสาธารณะ คือเติมเต็มช่องว่างของสื่อ
ทำให้ประชาชนยังมีที่พึ่งพิงด้านข้อมูล”
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์
ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)
ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารไหลเวียนอย่างรวดเร็ว และผู้คนสามารถเข้าถึงเนื้อหาจากหลากหลายแพลตฟอร์มได้เพียงปลายนิ้ว ความท้าทายของสื่อไม่ได้อยู่ที่การ “ส่งสาร” อีกต่อไป แต่คือการทำให้สารนั้น “น่าเชื่อถือ” และ “มีความหมายต่อสาธารณะ”
สำหรับ วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส มองว่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่สุดที่ทำให้ “ทีวีสาธารณะ” ยังคงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมไทย
ภายใต้บริบทปัจจุบันที่โครงสร้างความเป็นเจ้าของสื่อได้เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่เจ้าของสื่อคือคนทำสื่อ กลายเป็นองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้ามาถือครองกิจการสื่อจำนวนมาก เมื่อสื่ออยู่ภายใต้อิทธิพลของทุน การนำเสนอข่าวสารที่คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะอย่างรอบด้านอาจลดลง
“ในโลกทุกวันนี้ เราควรจะได้รับข่าวสารที่น่าเชื่อถือ แต่ต้องยอมรับว่าสื่อจำนวนมากอยู่ในมือของกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ดังนั้นสื่อสาธารณะจึงต้องเข้ามาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้”
ในมุมมองของผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ทีวีสาธารณะมีความแตกต่างจากสื่อประเภทอื่นอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้อยู่ใต้อิทธิพลของรัฐหรือทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงสามารถทำหน้าที่นำเสนอข้อมูลข่าวสารเพื่อประโยชน์ของประชาชนได้อย่างเป็นอิสระ
หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการผลิตเนื้อหา แต่คือการสร้าง “ความไว้วางใจ” ให้กับผู้ชม ในยุคที่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายได้ง่าย
มุ่งผลิตคอนเทนต์คุณภาพ มีประโยชน์ต่อสังคม
วันชัยชี้ให้เห็นอีกมิติหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมสื่อ คือการหายไปของเนื้อหาที่ไม่ตอบโจทย์เชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะ “สารคดี” ซึ่งปัจจุบันสถานีโทรทัศน์ส่วนใหญ่ลดการผลิตสารคดีลงอย่างมาก เพราะไม่สามารถสร้างรายได้จากโฆษณาได้เท่ากับรายการบันเทิงหรือละคร
“ทุกวันนี้แทบไม่มีช่องไหนลงทุนทำสารคดี เพราะโฆษณาไม่ลง แต่สารคดี โดยเฉพาะที่ผลิตโดยคนไทย ควรมีที่ยืนในสังคม”
ด้วยเหตุนี้ ไทยพีบีเอสจึงยังคงยืนยันบทบาทในการผลิตและเผยแพร่สารคดี และ 80% เป็นสารคดีที่ผลิตโดยคนไทยที่มีคุณภาพสูง และได้รับความสนใจจากต่างประเทศติดต่อขอซื้อลิขสิทธิ์รายการไปออกอากาศ รวมถึงเนื้อหาที่มีสาระควบคู่กับความบันเทิง เพื่อรักษาความหลากหลายของเนื้อหาในระบบสื่อไทย
ขณะเดียวกัน เขาย้ำว่า ทีวีสาธารณะไม่ได้ละเลยความนิยมของผู้ชม และเชื่อว่าคอนเทนต์ที่มีคุณภาพควรเข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และมอบเป็นนโยบายสำคัญแม้จะเป็นทีวีสาธารณะต้องแข่งขันเรื่องเรตติ้ง เพื่อให้รู้ว่าเราอยู่ในระดับไหน ทำให้พนักงานเกิดความแอคทีฟที่จะทำงาน และแข่งขันอย่างเต็มที่
“ถ้าทำของดี มีคุณภาพ ก็ควรมีคนดูเยอะ ไม่อย่างนั้นก็เสียของ” วันชัยกล่าว
แม้ไทยพีบีเอสจะไม่ใช่สื่อเชิงพาณิชย์ แต่คุณวันชัยย้ำว่า องค์กรยังต้องให้ความสำคัญกับ “การแข่งขัน” เพื่อพัฒนาคุณภาพเนื้อหาและสร้างแรงจูงใจให้กับทีมงานอยู่ตลอดเวลา
จาก “สถานีโทรทัศน์” สู่ “Public Media Platform”
แม้จะยืนยันถึงความสำคัญของทีวี แต่วันชัยยอมรับว่า พฤติกรรมผู้ชมทั่วโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากการดูโทรทัศน์สู่การรับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
เขามองว่า ทีวีในวันนี้เป็นเพียง “หนึ่งในหลายแพลตฟอร์ม” และอนาคตของไทยพีบีเอสต้องก้าวไปสู่การเป็น “Public Media Platform” ที่อยู่ได้ในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น OTT, YouTube, Podcast หรือสตรีมมิ่ง
“วันนี้เราไม่ได้แข่งขันกันที่แพลตฟอร์ม แต่แข่งขันกันที่เนื้อหา เนื้อหาที่ดี มีคุณค่า และมีความน่าเชื่อถือ จะอยู่บนแพลตฟอร์มไหนก็ได้”
อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า โทรทัศน์ภาคพื้นดินยังคงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกลหรือกลุ่มที่มีข้อจำกัดด้านการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เพราะยังเป็นช่องทางที่เข้าถึงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
หนึ่งในบทบาทสำคัญของสื่อสาธารณะ ที่ วันชัยให้ความสำคัญอย่างมาก คือการเป็น “ที่พึ่งพิง” ของประชาชนในช่วงวิกฤต อย่างเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ที่เกิดขึ้น ไทยพีบีเอสได้ปรับผังรายการ เปิดพื้นที่รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสื่อสารข้อมูลและความช่วยเหลือ
“เมื่อเกิดวิกฤต ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติหรือสถานการณ์สำคัญ สื่อสาธารณะต้องลุกขึ้นมาทำหน้าที่ทันที ล้มผังได้ และรายงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง”
ในมุมมองของเขา บทบาทของสื่อสาธารณะยิ่งมีความจำเป็นมากขึ้น เพราะประเทศไทยเป็นสังคมที่เผชิญวิกฤตอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นภัยธรรมชาติ ปัญหาสิ่งแวดล้อม หรือสถานการณ์ระหว่างประเทศ ดังนั้น การมีสื่อที่สามารถทำหน้าที่ในลักษณะนี้ได้ นี่คือประโยชน์สูงสุดของทีวีสาธารณะ
การปรับตัวคือเงื่อนไขของการอยู่รอด
ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ย้ำว่า บทบาทของไทยพีบีเอสไม่ใช่การชี้นำสังคม แต่คือการทำหน้าที่เป็น “ผู้ส่งสาร” ที่นำเสนอข้อมูลรอบด้าน และเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจด้วยตัวเอง นี่คือนโยบายที่มอบให้กับพนักงานหลังการเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ
ผลตอบรับที่ได้กลับมา ขณะนี้ไทยพีบีเอส ได้รับการอ้างอิงในต่างประเทศมากขึ้น ทั้งจากกูเกิลที่ใช้ไทยพีบีเอสอ้างอิงในการตรวจสอบข่าวปลอม หรือเป็นตัวอย่างในการนำเสนอข่าวไปทั่วโลก อย่างช่วงสถานการณ์สงคราม ไทยพีบีเอส ให้ผู้ประกาศข่าวถอดสูทรายงานข่าวเพื่อประหยัดพลังงาน กลายเป็นข่าวที่เผยแพร่ออกไปในหลายต่างประเทศ
ในบริบทของอุตสาหกรรมสื่อที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วันชัยมองว่า “การปรับตัว” คือหัวใจสำคัญที่สุดของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างองค์กร การลดต้นทุน การนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ หรือการพัฒนาทักษะบุคลากร ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งในสถานการณ์ที่มีความไม่แน่นอนของอนาคต ทั้งในแง่ของรายได้ โครงสร้างอุตสาหกรรม และนโยบายกำกับดูแลที่ยังไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้องค์กรต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลังเข้ารับตำแหน่ง วันชัย เน้นนโยบายประหยัดต้นทุนให้ได้ปีละ 50 ล้านบาท แม้จะมีรายได้ปีละ 2,000 ล้านบาท แต่อนาคตมีความไม่แน่นอน
“อีก 2 ปี จะประมูลทีวีหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ดังนั้นต้องพร้อมปรับตัวอยู่ตลอดเวลา ผมคิดว่าในทุกสถานการณ์ การปรับตัวคือหัวใจสำคัญของการทำงาน องค์กรที่ไม่ปรับตัวจะถอยลง แต่ถ้าเราปรับตัวได้และยืดหยุ่น เราจะอยู่รอดได้” วันชัยกล่าว
ความฝันคือการเป็นสตรีมมิ่งแห่งชาติ
เมื่อมองไปข้างหน้า วันชัยตั้งเป้าถึงวิสัยทัศน์สำคัญว่า ไทยพีบีเอสควรพัฒนาไปสู่การเป็น “แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับชาติ” ที่สามารถรวบรวมคอนเทนต์คุณภาพของไทย และเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตรายอื่นเข้ามาใช้เป็นพื้นที่เผยแพร่ สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ไทยพีบีเอสกำลังเปลี่ยนผ่านตัวเองไปเป็นสื่อสาธารณะที่อยู่ในทุก ๆ แพลตฟอร์ม
“ถ้าเรามีแต่แพลตฟอร์มต่างชาติ สุดท้ายคอนเทนต์ไทยจะไม่มีที่ยืน เราควรมีแพลตฟอร์มของตัวเอง”
เขามองว่า ในอนาคตบทบาทของช่องโทรทัศน์อาจลดลง แต่สตรีมมิ่งจะกลายเป็นโครงสร้างหลักของการบริโภคสื่อ และสื่อสาธารณะควรเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการรักษาพื้นที่ของเนื้อหาไทย ซึ่งสุดท้ายการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่แพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่เนื้อหาที่ดี มีคุณค่า มีความน่าเชื่อถือ
แต่ช่องทีวีสาธารณะ ที่รับชมผ่านเครื่องรับโทรทัศน์ยังคงอยู่ และยังมีความจำเป็นในสังคมไทย เพราะเป็นบริการฟรีที่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้รับชมฟรี ไม่ต้องเสียค่าเน็ต เหมือนการรับชมผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง ดังนั้นทีวียังคงอยู่อีกนาน เพราะสอดคล้องกับสถานะทางเศรษฐกิจของสังคมไทย
ท้ายที่สุด วันชัยย้ำว่า การสร้างความเชื่อมั่นในฐานะ “Trusted Media” ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการประกาศขององค์กรเอง แต่ต้องได้รับการยอมรับจากสังคม
ในโลกที่เต็มไปด้วยความเห็นที่แตกต่าง และความเชื่อที่หลากหลาย เขามองว่า หากสื่อสามารถทำหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา จนถูกวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย ก็อาจเป็นสัญญาณว่ากำลังยืนอยู่ในจุดที่เหมาะสม
และในวันที่ความจริงถูกตั้งคำถามมากขึ้นทุกวัน บทบาทของสื่อสาธารณะจึงไม่ใช่เพียงการรายงานข่าว แต่คือการรักษาพื้นที่ของ “ความน่าเชื่อถือ” ให้ยังคงอยู่ในสังคม
Hilight Quotes
“สุดท้ายแล้ว ความน่าเชื่อถือคือสิ่งสำคัญที่สุด สื่อสาธารณะมีไว้เพื่อสร้างความไว้วางใจให้กับคนดู”
“ในช่วงวิกฤต สื่อสาธารณะต้องเป็นที่พึ่งของสังคม”
27 Sep 2026