NBT กับบทบาทของ "โทรทัศน์แห่งชาติ" ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม : ทัศนียพร ดวงแก้ว

Last updated: 5 Oct 2026  |  5 Views  | 

 NBT กับบทบาทของ "โทรทัศน์แห่งชาติ" ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม : ทัศนียพร ดวงแก้ว

NBT กับบทบาทของ "โทรทัศน์แห่งชาติ" ในโลกที่ข้อมูลข่าวสารเปลี่ยนเร็วกว่าเดิม

มุมมองจาก ทัศนียาพร ดวงแก้ว

ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT2HD)

ในยุคที่ผู้ชมมีทางเลือกในการรับข้อมูลข่าวสารจากนับไม่ถ้วน ทั้งสื่อสังคมออนไลน์ แพลตฟอร์มดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถสร้างเนื้อหาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ "ใครนำเสนอข่าวได้เร็วที่สุด" หากแต่เป็น "ใครคือแหล่งข้อมูลที่ประชาชนเชื่อถือได้มากที่สุด"

สำหรับ ทัศนียาพร ดวงแก้ว ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT2HD) นี่คือหัวใจของการดำรงอยู่ของ NBT ในฐานะ "โทรทัศน์แห่งชาติ"

เธอมองว่า แม้ภูมิทัศน์สื่อจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว แต่ภารกิจของ NBT ไม่เคยเปลี่ยน นั่นคือการเป็นสื่อสาธารณะที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารระหว่างภาครัฐกับประชาชนอย่างรอบด้าน ทั้งการสื่อสารนโยบายและมาตรการของภาครัฐไปยังประชาชน ควบคู่กับการสะท้อนเสียงของประชาชนกลับไปยังภาครัฐ เพื่อให้เกิดการรับรู้และการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบโทรทัศน์ดิจิทัลจึงไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อบทบาทของ NBT มากนัก หากกลับช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการสื่อสาร ด้วยคุณภาพของภาพและเสียงที่ดีขึ้น ทำให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างทั่วถึง ขณะที่การผลิตเนื้อหายังคงยึดโยงกับพันธกิจของกรมประชาสัมพันธ์และนโยบายของประเทศ โดยเน้นการนำเสนอข่าวสาร ความรู้ และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนเป็นสำคัญ

"เราอาจไม่ใช่ช่องแรกที่ผู้ชมเปิดในวันปกติ แต่ทุกครั้งที่ประเทศเผชิญวิกฤต NBT จะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ประชาชนหันกลับมาค้นหาความจริง" ทัศนียาพรกล่าว

และนี่คือบทพิสูจน์สำคัญของสื่อสาธารณะภาครัฐ ท่ามกลางกระแสข้อมูลจำนวนมหาศาลบนโลกออนไลน์ ซึ่งเต็มไปด้วยทั้งข้อเท็จจริง ข่าวปลอม และข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ เมื่อผู้คนต้องการข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้ สิ่งที่พวกเขามองหาคือสื่อที่ยึดมั่นในมาตรฐานวิชาชีพและความรับผิดชอบต่อสังคม

 

ภารกิจของ NBT คือ "ประโยชน์สาธารณะ" ไม่ใช่การแข่งขันทางธุรกิจ

ทัศนียาพรมองว่า จุดแตกต่างสำคัญระหว่าง NBT กับสถานีโทรทัศน์เชิงพาณิชย์ คือพันธกิจในการดำเนินงาน

NBT ไม่ได้แข่งขันเพื่อเรตติ้งหรือผลกำไร แต่ดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตกิจการบริการสาธารณะ ซึ่งกำหนดให้สัดส่วนเนื้อหากว่า 70% ต้องเป็นข่าว สาระ ความรู้ รายการด้านสุขภาพ เด็ก เยาวชน สังคม และเศรษฐกิจ ส่วนอีก 30% เป็นรายการบันเทิงที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของการสร้างสรรค์และประโยชน์ต่อสังคม

การตัดสินใจด้านเนื้อหาจึงตั้งอยู่บนคำถามว่า "ประชาชนจะได้รับประโยชน์อะไร" มากกว่าจะเป็น "ผู้ชมจะชอบหรือไม่" การนำเสนอข่าวภาคบังคับ เช้า เที่ยง เย็น ค่ำ ดึก รายการด้านนโยบายสาธารณะ รายการส่งเสริมคุณภาพชีวิต ตลอดจนรายการด้านศิลปวัฒนธรรม วันละ 19 ชั่วโมง ล้วนสะท้อนบทบาทของ NBT ในฐานะสื่อที่ใช้ภาษีของประชาชนเพื่อทำงานให้กับประชาชนอย่างเต็มกำลัง

แม้งบประมาณจะมีข้อจำกัด และไม่สามารถลงทุนในรายการบันเทิงขนาดใหญ่หรือเกมโชว์ได้เช่นสถานีเชิงพาณิชย์ แต่ NBT พยายามสร้างความหลากหลายของเนื้อหาผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อผลิตรายการที่ให้ทั้งสาระและความเพลิดเพลินควบคู่กัน

 

จาก "สถานีโทรทัศน์" สู่ "Public Media Platform"

ในวันที่ผู้ชมจำนวนมากย้ายจากหน้าจอโทรทัศน์ไปสู่สมาร์ตโฟน NBT ก็เลือกปรับตัวเช่นเดียวกัน ซึ่งปัจจุบัน NBT ไม่ได้มองตนเองเป็นเพียงสถานีโทรทัศน์ แต่กำลังพัฒนาไปสู่ Public Media Platform ที่เชื่อมโยงการออกอากาศกับทุกแพลตฟอร์มดิจิทัล

ทัศนียาพร กล่าวว่า ปัจจุบัน NBT ได้เสริมทีมงานรุ่นใหม่ที่ได้รับบทบาทสำคัญในการผลิตเนื้อหาสำหรับออนไลน์โดยเฉพาะ ตั้งแต่การทำอินโฟกราฟิก คลิปสั้นบน TikTok การสตรีมสด การสรุปประเด็นสำคัญของข่าวและการประชุมรัฐสภา ไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและเผยแพร่เนื้อหา

นโยบายสำคัญของสถานี คือ "ทุกสิ่งที่ออกอากาศ ต้องสามารถต่อยอดสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ได้" เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ทุกที่ ทุกเวลา

แม้การทำงานบนแพลตฟอร์มดิจิทัลจะต้องแข่งขันกับความรวดเร็วของโซเชียลมีเดีย แต่ NBT ยังคงยึดมั่นในหลักการเดิม คือไม่ใช้ถ้อยคำเกินจริง ไม่สร้างความตื่นตระหนก และไม่นำเสนอเนื้อหาที่ขาดการตรวจสอบเพียงเพื่อสร้างยอดการรับชม

 

OTT เป็นโอกาสของสื่อสาธารณะ หากมีระบบสนับสนุนที่เหมาะสม

เมื่อกล่าวถึงแนวคิด National Streaming Platform ทัศนียาพรมองว่า แนวคิดดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากสามารถรวบรวมบริการของสื่อสาธารณะไว้ในแพลตฟอร์มเดียว

ปัจจุบันกรมประชาสัมพันธ์ได้พัฒนา "PRDEE OTT" เพื่อให้ประชาชนสามารถรับชม NBT, NBT World, NBT Connex สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และเครือข่ายสื่อภูมิภาคผ่านแพลตฟอร์มเดียว ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการพัฒนาสื่อสาธารณะสู่โลกดิจิทัล

อย่างไรก็ตาม เธอเห็นว่า ความท้าทายสำคัญไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการบริหารจัดการงบประมาณ การผลิตเนื้อหา และการพัฒนาบุคลากรให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างต่อเนื่อง

เช่นเดียวกับการขยายบริการสำหรับผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงบรรยายภาพ (Audio Description) หรือบริการด้านการเข้าถึงอื่น ๆ ซึ่งล้วนเป็นภารกิจที่จำเป็น แต่ต้องใช้งบประมาณและทรัพยากรเพิ่มขึ้น จึงอยากเห็นกลไกสนับสนุนจากหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้สื่อสาธารณะสามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพ

 

"Trusted Media" คือบทบาทที่ NBT ต้องรักษาไว้

ในยุคที่ข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือนแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ทัศนียาพรเชื่อว่า คุณค่าที่สำคัญที่สุดของ NBT คือการเป็น Trusted Media

เธอกล่าวอย่างชัดเจนว่า แม้ในวันปกติประชาชนอาจเลือกรับชมสื่อประเภทอื่น แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญหรือวิกฤตของประเทศ NBT ควรเป็นสื่อที่ประชาชนไว้วางใจและเลือกกลับมารับข้อมูล

"เราไม่เสียใจหากในวันปกติผู้ชมจะไม่ได้เปิด NBT แต่เมื่อเกิดวิกฤต ขอให้เชื่อมั่นว่า ข้อมูลจาก NBT คือข้อมูลที่ผ่านการตรวจสอบ ถูกต้อง และเชื่อถือได้"

เธอมองว่า ภารกิจของสื่อสาธารณะในอนาคต ไม่ใช่เพียงการรายงานข่าว แต่ต้องสร้างวัฒนธรรมการรู้เท่าทันสื่อ ส่งเสริมให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนเชื่อหรือแชร์ และร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันต่อข่าวปลอมที่กำลังกลายเป็นปัญหาสำคัญของสังคมไทย

 

อนาคตของ Public Media คือการพัฒนา "คน" ควบคู่กับเทคโนโลยี

เมื่อมองไปข้างหน้าอีก 5–10 ปี ทัศนียาพรยอมรับว่า เทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจนยากจะคาดการณ์ วันนี้ AI สามารถช่วยสร้างเนื้อหาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที และในอนาคตอาจมีเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนวิธีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของผู้คนอย่างสิ้นเชิง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เธอเชื่อว่าจะไม่มีวันเปลี่ยน คือความสำคัญของ "คน" และ "ความน่าเชื่อถือ"

NBT จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร การสร้างทักษะใหม่ การเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนองค์กร ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดต้นทุน และยกระดับการสื่อสารให้ทันกับพฤติกรรมของผู้บริโภค

ท้ายที่สุด ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ฝากข้อคิดว่า ในอนาคตผู้คนอาจหลีกเลี่ยงการเสพสื่อไม่ได้ เพราะข้อมูลข่าวสารจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกมิติ แต่สิ่งสำคัญที่สุด คือการเลือกเสพสื่อที่มีคุณภาพ มีประโยชน์ และผ่านการตรวจสอบอย่างรอบด้าน

สำหรับเธอ นี่คือพันธกิจที่ NBT จะยังคงยึดมั่นต่อไป ไม่ว่าจะอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ สมาร์ตโฟน หรือแพลตฟอร์มใดก็ตาม เพราะหน้าที่ของ "โทรทัศน์แห่งชาติ" ไม่ใช่เพียงการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร หากคือการเป็นหลักยึดของความน่าเชื่อถือในสังคมไทย และอยู่เคียงข้างประชาชนในทุกสถานการณ์


Powered by MakeWebEasy.com